บทความนี้ไม่มีจาก |
Lithops | |
---|---|
. สิ่งที่เจริญแทรกขึ้นมา ระหว่างใบทั้งสองคู่ คือ ดอก | |
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
อาณาจักร: | พืช |
หมวด: | พืชมีดอก |
ชั้น: | พืชใบเลี้ยงคู่ |
อันดับ: | ไม้วงศ์ดอกผีเสื้อ |
วงศ์: | Aizoaceae |
สกุล: | Lithops |
สปีชีส์ | |
ดูในบทความ |
Lithops เป็นพืชชนิดหนึ่งในกลุ่มของพืชอวบน้ำ ชื่อนี้มีรากศัพท์มาจากภาษากรีก คือ คำว่า "Lithos" ซึ่งแปลว่า "หิน" และ "-ops" ซึ่งแปลว่า "เหมือน" ดังนั้นคำว่า "Lithops" จึงแปลได้ว่า "เหมือนหิน" ซึ่งตรงกับลักษณะของพืชชนิดนี้ เพราะพืชชนิดนี้มีลักษณะเด่นที่แตกต่างจากพืชชนิดอื่นอย่างชัดเจน กล่าวคือทั้งรูปร่าง ลักษณะ สีสัน คล้ายคลึงกับ ก้อนหิน ก้อนกรวด จนมีผู้เรียก Lithops ว่า "หินมีชีวิต" เป็นพืชขนาดเล็ก ขึ้นอยู่ในพื้นที่แห้งแล้ง และอากาศเย็นในเวลากลางคืน ส่วนใหญ่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศนามิเบีย และประเทศแถบแอฟริกาใต้
รายละเอียด
Lithops โดยปกติจะมีใบอยู่เป็นคู่ มีลักษณะคล้ายกระเปาะ เมื่อมองจากด้านบนจะเห็นเป็นลักษณะกลม และมีร่องตรงกลางคล้ายรอยผ่าเป็น 2 ซีก บริเวณร่องตรงกลางภายใน จะเป็นส่วนของเนื้อเยื่อ ที่สามารถเจริญเติบโตได้ ดอก หรือใบใหม่ ก็จะงอกออกมาจากร่องระหว่างใบทั้งสอง ในช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงเวลาที่ Lithops เริ่มสร้างใบคู่ใหม่ อยู่ภายในร่องดังกล่าว ซึ่งจะมีเพียง 1 คู่เท่านั้น แต่อาจมีกรณีที่ Lithops แตกหน่อ ที่ทำให้คล้ายกับว่ามีใบหลายคู่ แต่ที่จริงน่าจะเรียกว่ามีต้นเล็ก 2 ต้นอยู่ภายในร่องมากกว่า ใบใหม่จะค่อย ๆ เจริญออกมาให้เห็นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ใบใหม่ที่งอกออกมาจะมีลักษณะเป็นคู่เหมือนใบเก่า และใบเก่าที่มีอยู่จะค่อย ๆ เหี่ยวไป ซึ่งในช่วงเวลานี้ควรงดให้น้ำแก่ Lithops เพราะใบเก่าที่กำลังเสื่อมสภาพลงจะง่ายต่อการเข้าทำลายของเชื้อรา จนทำให้เกิดการเน่าของ Lithops ได้ง่าย
Lithops ส่วนใหญ่มักฝังตัวเองอยู่ในพื้นหรือวัสดุที่ใช้ปลูก และเหลือเพียงส่วนบนของใบที่โผล่ขึ้นมาเท่านั้น สำหรับบริเวณส่วนบนของใบทั้ง 2 จะมีส่วนที่ค่อนข้างโปร่งแสง เรียกกันว่า "หน้าต่าง" (window) เพื่อให้แสงสามารถส่องเข้าไปในเนื้อเยื่อภายใน ซึ่งเป็นบริเวณที่สังเคราะห์แสง
จุดที่เป็นจุดดึงดูดความสนใจ ของผู้ที่นิยมเพาะเลี้ยง Lithops ก็คือสีสันของใบ ที่ไม่ได้มีแค่สีเขียวเหมือนพืชอวบน้ำทั่วไป แต่กลับมีสีสันแตกต่างหลายหลาก เช่น สีน้ำตาล, เทา, ครีม, ม่วง และอื่น ๆ อีกมากมาย รวมทั้งรูปแบบและสีสันของลวดลายของสิ่งที่เรียกว่า "หน้าต่าง" ไม่ว่าจะเป็น ลายเส้น, ลายจุด, ลายกลม ฯลฯ
ดอกของ Lithops ส่วนใหญ่มีสีเหลืองหรือสีขาว มีเพียงบางพันธุ์ที่มีดอกสีชมพูหรือบานเย็น Lithops ดอกมักออกในช่วงปลายปี ประมาณช่วงฤดูใบไม้ร่วงถึงฤดูหนาว ตำแหน่งดอกของ Lithops จะงอกแทรกออกมาตรงกลางระหว่างใบทั้ง 2 ของมัน ช่วงเวลาที่ดอกบานมักจะเป็นเวลาหลังเที่ยงและหุบลงในเวลาเย็น Lithops เป็นพืชที่ต้องการการผสมเกสรข้ามต้นจึงจะติดเมล็ด
ฝักหรือผลของ Lithops เป็นส่วนของฐานดอกที่หลังจากกลีบดอกโรยไปแล้ว และฝักหรือผลของ Lithops ไม่ได้เจริญเติบโตขึ้นเป็นผลให้เห็นชัดเจนเหมือนไม้อวบน้ำสายพันธุ์อื่น แต่มีลักษณะเป็นกระเปาะฐานดอกที่มีปลายแห้ง ๆ และในธรรมชาติกระเปาะดังกล่าวจะเปิดออกเมื่อโดนน้ำ พร้อมกับการดีดเมล็ดที่มีขนาดเล็กมากขนาดเท่าเม็ดทรายออกมาเพื่อขยายพันธุ์
การเพาะเลี้ยง
ในต่างประเทศ Lithops เป็นที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย รวมทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญที่พัฒนาสายพันธุ์แปลก ๆ ขึ้นมาอย่างมากมาย เพื่อให้ได้มาซึ่งลวดลายและสีสันของใบที่สวยแปลกตา เรามักพบว่าเมล็ดและต้นก็มีการซื้อขายกันอย่างกว้างขวางใน Internet และจัดว่าเป็นไม้ที่เพาะเลี้ยงได้ง่าย ราคาไม่แพง สกุลหนึ่งเลยทีเดียว
แต่สำหรับในประเทศไทยนั้น Lithops เป็นพืชอวบน้ำที่ค่อนข้างเลี้ยงยากสกุลหนึ่ง อันเนื่องมาจากลักษณะดินฟ้าอากาศของประเทศไทย ที่เป็นแบบร้อนชื้น ไม่ค่อยเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของ Lithops เท่าไหร่นัก มักเน่าตายเป็นส่วนใหญ่ เพราะ Lithops มีถิ่นกำเนิดอยู่ในบริเวณที่แห้งแล้ง ปริมาณน้ำฝนในช่วงหน้าฝนรวมกันไม่ถึง 2 นิ้วต่อเดือน และอยู่ท่ามกลางโขดหินซึ่งกักเก็บความชื้นไว้ได้น้อย อากาศหนาวเย็นในเวลากลางคืน
การเพาะเลี้ยง Lithops ในโรงเรือนสำหรับประเทศไทยนั้น เพื่อให้สามารถควบคุมเรื่องปริมาณน้ำและความชื้นซึ่งเป็นปัญหาหลักในการปลูกได้ดี ควรมีโรงเรือนแบบเปิดหลังคาพลาสติกใส ที่สามารถป้องกันฝนสาดใส่ Lithops ให้แสงแดดในช่วงเช้า (ตั้งแต่อาทิตย์ขึ้นถึงราว 11 โมง) และแสงในช่วงเย็น (ตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึงอาทิตย์ตกดิน) ส่องตรงถึง Lithops ได้ ทำการพรางแสงในช่วงเที่ยงวันสัก 50% เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการไหม้จากแสงแดดที่แรงจนเกินไป ซึ่งอาจทำได้โดยการติดซาแลน เฉพาะส่วนใต้หลังคาโรงเรือนเท่านั้น (ไม่ต้องติดคลุมทั้งโรงเรือน)
ภาชนะสำหรับปลูก Lithops ต้องระบายน้ำได้ดี ในกรณีที่ปลูกเป็นจำนวนมาก สามารถนำตะกร้าที่มีช่องรู ประมาณ 0.5x0.5 ซม. มีความสูงสักประมาณ 3-4นิ้ว ซึ่งระบายน้ำได้ดี และประหยัดภาชนะที่ใช้ปลูกไปด้วย เพราะใบหนึ่งสามารถปลูกได้หลายต้น รองพื้นตะกร้าด้วยและรอบ ๆ ตะกร้าด้วยหินภูเขาไฟเบอร์ 1 เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุปลูกที่มีขนาดเล็กกว่าไหลออกไปตามรูของตะกร้า
การเตรียมวัสดุปลูก Lithops ซึ่งมีมากมายหลายสูตร เช่น ใช้หินภูเขาไฟเบอร์ 00 เพียงอย่างเดียว, หินภูเขาไฟเบอร์ 00 ผสม เวอร์มิคูไลท์, หินภูเขาไฟเบอร์ 00 2 ส่วน ผสมดินปลูกแคสตัส 1 ส่วน แต่โดยหลักการของวัสดุปลูกก็คือระบายน้ำได้ดีและแห้งได้เร็ว โดยเมื่อหลังจากรดน้ำแล้วทิ้งไว้สัก 1 วัน สังเกตที่หินภูเขาไฟจะเหลือแค่ร่องรอยของความชื้นเท่านั้น (สีเข้มว่าปกติเล็กน้อย) เอาไม้แหลมจิ้มลงไปในวัสดุปลูกไม่ควรมีอะไรติดขึ้นมาหรือติดขึ้นมาเพียงเล็กน้อย เหตุที่ต้องให้แห้งได้เร็วแบบนี้ ก็เพื่อเผื่อในกรณีช่วงฤดูฝนที่ฝนตกติดต่อกันทุกวัน อากาศมีความชื้นสูง ทำให้วัสดุปลูกแห้งช้าลง
การให้น้ำสำหรับ Lithops หลักเกณฑ์พื้นฐานก็คือ "ให้อดจนแสดงอาการ จึงให้กิน" กล่าวคือเราจะไม่รดน้ำจนกว่า Lithops แสดงอาการว่าขาดน้ำ โดยอาการที่ว่าก็คือเกิดรอยย่นขึ้นบริเวณโคนต้น และตัววัสดุปลูกแห้งสนิท จึงจะรดน้ำให้ ในการปลูกจำนวนหลายต้นในภาชนะเดียวกัน เป็นไปได้ว่ามีบางต้นแสดงอาการ บางต้นไม่แสดงอาการ เพราะความต้องการน้ำของ Lithops แต่ละต้นย่อมแตกต่างกัน ไปตามสายพันธุ์ ขนาดต้น ฯลฯ ดังนั้นเราสามารถให้น้ำตรงบริเวณโคนต้นเฉพาะต้นที่แสดงอาการ หรืออาจรอให้ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเริ่มแสดงอาการ จึงค่อยรดพร้อมกันทีเดียวก็ได้
ในการขยายพันธุ์ของ Lithops มี 2 วิธีที่นิยมกัน คือการเพาะเมล็ด และการแยกหน่อ ในการเพาะเมล็ดนั้นสามารถทำได้โดยการเก็บฝักของ Lithops มาแกะด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากเมล็ดของ Lithops มีขนาดเล็กมาก
ประวัติ
รายละเอียดการศึกษา Lithops ในเชิงวิทยาศาสตร์ครั้งแรก บันทึกไว้ว่าเกิดขึ้นในปี ค.ศ.1811 โดย William John Burchell จากการเดินทางไปสำรวจที่แอฟริกาใต้ เขาได้ตั้งชื่อให้กับสิ่งที่เขาพบว่า Mesembryanthemum turbiniforme การค้นพบของเขานั้นเกิดขึ้นจากความบังเอิญ จากการที่เขาคิดว่ามันเป็นก้อนกรวดรูปร่างสีสันที่แปลกประหลาดและลองหยิบมันขึ้นมาดูจากพื้นดิน แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า เขาไม่ได้บันทึกรายละเอียดของสิ่งที่เขาพบไว้มากพอที่จะใช้ระบุว่า Lithops ที่เขาพบเป็นสายพันธุ์ใด และคำว่า Lithops turbiniformis ก็ไม่ได้มีการถูกพูดถึงอีก จนกระทั่งหลายปีต่อมา คำว่า Lithops ก็ปรากฏขึ้นอีกครั้งในการใช้เรียก ไม้สายพันธุ์หนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักกันในเวลาต่อมาว่า Lithops hookeri
Lithops หลากหลายชนิดถูกตีพิมพ์ออกมาภายใต้ชื่อตระกูล (genus) ว่า Mesembryanthemum จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1922 N E Brown ได้เริ่มทำการแบ่งแยกตระกูล (genus) ดังกล่าวที่เริ่มมีขนาดใหญ่เกินไปออก และตระกูล Lithops จึงได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อม ๆ กับไม้อื่น ๆ อีกหลายตระกูล โดยหลักเกณฑ์ในการแบ่งแยกตระกูลครั้งนั้น Brown, Gustav Schwantes, Kurt Dinter, Gert Nel, และ Louisa Bolus ได้ทำการสานต่อบันทึกและเอกสารต่างๆเกี่ยวกับ Lithops จากการศึกษาทั่วแอฟริกาใต้ แต่ก็ยังมีมติเป็นทางการเกี่ยวกับความสัมพันธ์และการกำหนดสายพันธุ์ (species) ที่ชัดเจน จนกระทั่งปีค.ศ. 1950
ในปี ค.ศ. 1950 Desmond และ Naureen Cole เริ่มทำการศึกษา Lithops โดยศึกษาไม้จากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ กว่า 400 ตัวอย่างทั่วโลก แล้วจำแนก Lithops ลงรายละเอียดแยกตามสายพันธุ์, แหล่งกำเนิด, รูปแบบลวดลายหน้าต่าง (เช่น C042 และ C043 ก็เป็นสายพันธุ์ Lithops bromfieldii v. insularis เดียวกัน แต่มีลวดลายหน้าต่างแตกต่างกัน) โดยการกำหนด Cole Number หรือที่เรียกว่า C Number เพื่อให้ง่ายในการอ้างอิงและศึกษา จนในปัจจุบันก็ยังมีการอ้างอิงชื่อสายพันธุ์กับ Cole Number อยู่ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก รายการชื่อ Lithops ตาม Cole Number (อังกฤษ)
สายพันธุ์
Lithops aucampiae
- Lithops aucampiae ssp. aucampiae 'Jackson´s Jade'
- :* C395 (อังกฤษ)
- Lithops aucampiae ssp. aucampiae v. aucampiae
- :* C002 (อังกฤษ)
- :* C003 (อังกฤษ)
- :* C004 (อังกฤษ)
- :* C046 (อังกฤษ)
- :* C061 (อังกฤษ)
- :* C117 (อังกฤษ)
- :* C172 (อังกฤษ)
- :* C255 (อังกฤษ)
- :* C257 (อังกฤษ)
- :* C298 (อังกฤษ)
- :* C333 (อังกฤษ)
- :* C334 (อังกฤษ)
- :* C366 (อังกฤษ)
- Lithops aucampiae ssp. aucampiae v. aucampiae (Kuruman form)
- :* C011 (อังกฤษ)
- :* C012 (อังกฤษ)
- :* C173 (อังกฤษ)
- :* C325 (อังกฤษ)
- :* C332 (อังกฤษ)
- Lithops aucampiae ssp. aucampiae v. aucampiae 'Betty´s Beryl'
- :* C389 (อังกฤษ)
- Lithops aucampiae ssp. aucampiae v. aucampiae 'Storms´s Snowcap'
- :* C392 (อังกฤษ)
- Lithops aucampiae ssp. aucampiae v. koelemanii
- :* C016 (อังกฤษ)
- :* C256 (อังกฤษ)
- Lithops aucampiae ssp. euniceae v. euniceae
- :* C048 (อังกฤษ)
- Lithops aucampiae ssp. euniceae v. fluminalis
- :* C054 (อังกฤษ)
Lithops bromfieldii
- Lithops bromfieldii v. bromfieldii
- :* C040 (อังกฤษ)
- :* C041 (อังกฤษ)
- :* C279 (อังกฤษ)
- :* C348 (อังกฤษ)
- :* C368 (อังกฤษ)
- Lithops bromfieldii v. glaudinae
- :* C116 (อังกฤษ)
- :* C382 (อังกฤษ)
- :* C393 (อังกฤษ)
- Lithops bromfieldii v. insularis
- :* C042 (อังกฤษ)
- :* C043 (อังกฤษ)
- :* C057 (อังกฤษ)
- Lithops bromfieldii v. insularis 'Sulphurea'
- :* C362 (อังกฤษ)
- Lithops bromfieldii v. mennellii
- :* C044 (อังกฤษ)
- :* C283 (อังกฤษ)
Lithops coleorum
- Lithops coleorum
- :* C396 (อังกฤษ)
Lithops comptonii
- Lithops comptonii
- :* C125 (อังกฤษ)
- :* C126 (อังกฤษ)
- :* C347 (อังกฤษ)
- :* C377 (อังกฤษ)
แหล่งข้อมูลอื่น
- รายละเอียดเกี่ยวกับ Lithops 2008-02-22 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (อังกฤษ)
- หนังสือที่เกี่ยวกับ Lithops (อังกฤษ)
- ลิงก์เพิ่มเติม... (อังกฤษ)
- Union County College 2007-12-19 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน (อังกฤษ)
wikipedia, แบบไทย, วิกิพีเดีย, วิกิ หนังสือ, หนังสือ, ห้องสมุด, บทความ, อ่าน, ดาวน์โหลด, ฟรี, ดาวน์โหลดฟรี, mp3, วิดีโอ, mp4, 3gp, jpg, jpeg, gif, png, รูปภาพ, เพลง, เพลง, หนัง, หนังสือ, เกม, เกม, มือถือ, โทรศัพท์, Android, iOS, Apple, โทรศัพท์โมบิล, Samsung, iPhone, Xiomi, Xiaomi, Redmi, Honor, Oppo, Nokia, Sonya, MI, PC, พีซี, web, เว็บ, คอมพิวเตอร์
bthkhwamniimmikarxangxingcakaehlngthimaidkrunachwyprbprungbthkhwamni odyephimkarxangxingaehlngthimathinaechuxthux enuxkhwamthiimmiaehlngthimaxacthukkhdkhanhruxlbxxk eriynruwacanasaraemaebbnixxkidxyangiraelaemuxir Lithops singthiecriyaethrkkhunma rahwangibthngsxngkhu khux dxkkarcaaenkchnthangwithyasastrxanackr phuchhmwd phuchmidxkchn phuchibeliyngkhuxndb imwngsdxkphiesuxwngs Aizoaceaeskul Lithopsspichisduinbthkhwam phaph Lithopsphaph karngxkibihmkhxng Lithops Lithops epnphuchchnidhnunginklumkhxngphuchxwbna chuxnimiraksphthmacakphasakrik khux khawa Lithos sungaeplwa hin aela ops sungaeplwa ehmuxn dngnnkhawa Lithops cungaeplidwa ehmuxnhin sungtrngkblksnakhxngphuchchnidni ephraaphuchchnidnimilksnaednthiaetktangcakphuchchnidxunxyangchdecn klawkhuxthngruprang lksna sisn khlaykhlungkb kxnhin kxnkrwd cnmiphueriyk Lithops wa hinmichiwit epnphuchkhnadelk khunxyuinphunthiaehngaelng aelaxakaseyninewlaklangkhun swnihymithinkaenidxyuinpraethsnamiebiy aelapraethsaethbaexfrikaitraylaexiydLithops odypkticamiibxyuepnkhu milksnakhlaykraepaa emuxmxngcakdanbncaehnepnlksnaklm aelamirxngtrngklangkhlayrxyphaepn 2 sik briewnrxngtrngklangphayin caepnswnkhxngenuxeyux thisamarthecriyetibotid dxk hruxibihm kcangxkxxkmacakrxngrahwangibthngsxng inchwngvduhnawcaepnchwngewlathi Lithops erimsrangibkhuihm xyuphayinrxngdngklaw sungcamiephiyng 1 khuethann aetxacmikrnithi Lithops aetkhnx thithaihkhlaykbwamiibhlaykhu aetthicringnacaeriykwamitnelk 2 tnxyuphayinrxngmakkwa ibihmcakhxy ecriyxxkmaihehninchwngvduibimphli ibihmthingxkxxkmacamilksnaepnkhuehmuxnibeka aelaibekathimixyucakhxy ehiywip sunginchwngewlanikhwrngdihnaaek Lithops ephraaibekathikalngesuxmsphaphlngcangaytxkarekhathalaykhxngechuxra cnthaihekidkarenakhxng Lithops idngay Lithops swnihymkfngtwexngxyuinphunhruxwsduthiichpluk aelaehluxephiyngswnbnkhxngibthiophlkhunmaethann sahrbbriewnswnbnkhxngibthng 2 camiswnthikhxnkhangoprngaesng eriykknwa hnatang window ephuxihaesngsamarthsxngekhaipinenuxeyuxphayin sungepnbriewnthisngekhraahaesng cudthiepncuddungdudkhwamsnic khxngphuthiniymephaaeliyng Lithops kkhuxsisnkhxngib thiimidmiaekhsiekhiywehmuxnphuchxwbnathwip aetklbmisisnaetktanghlayhlak echn sinatal etha khrim mwng aelaxun xikmakmay rwmthngrupaebbaelasisnkhxnglwdlaykhxngsingthieriykwa hnatang imwacaepn layesn laycud layklm l dxkkhxng Lithops swnihymisiehluxnghruxsikhaw miephiyngbangphnthuthimidxksichmphuhruxbaneyn Lithops dxkmkxxkinchwngplaypi pramanchwngvduibimrwngthungvduhnaw taaehnngdxkkhxng Lithops cangxkaethrkxxkmatrngklangrahwangibthng 2 khxngmn chwngewlathidxkbanmkcaepnewlahlngethiyngaelahublnginewlaeyn Lithops epnphuchthitxngkarkarphsmeksrkhamtncungcatidemld fkhruxphlkhxng Lithops epnswnkhxngthandxkthihlngcakklibdxkoryipaelw aelafkhruxphlkhxng Lithops imidecriyetibotkhunepnphlihehnchdecnehmuxnimxwbnasayphnthuxun aetmilksnaepnkraepaathandxkthimiplayaehng aelainthrrmchatikraepaadngklawcaepidxxkemuxodnna phrxmkbkardidemldthimikhnadelkmakkhnadethaemdthrayxxkmaephuxkhyayphnthukarephaaeliyngintangpraeths Lithops epnthiniymplukknxyangaephrhlay rwmthngyngmiphuechiywchaythiphthnasayphnthuaeplk khunmaxyangmakmay ephuxihidmasunglwdlayaelasisnkhxngibthiswyaeplkta eramkphbwaemldaelatnkmikarsuxkhayknxyangkwangkhwangin Internet aelacdwaepnimthiephaaeliyngidngay rakhaimaephng skulhnungelythiediyw aetsahrbinpraethsithynn Lithops epnphuchxwbnathikhxnkhangeliyngyakskulhnung xnenuxngmacaklksnadinfaxakaskhxngpraethsithy thiepnaebbrxnchun imkhxyehmaasmkbkarecriyetibotkhxng Lithops ethaihrnk mkenatayepnswnihy ephraa Lithops mithinkaenidxyuinbriewnthiaehngaelng primannafninchwnghnafnrwmknimthung 2 niwtxeduxn aelaxyuthamklangokhdhinsungkkekbkhwamchuniwidnxy xakashnaweyninewlaklangkhun karephaaeliyng Lithops inorngeruxnsahrbpraethsithynn ephuxihsamarthkhwbkhumeruxngprimannaaelakhwamchunsungepnpyhahlkinkarplukiddi khwrmiorngeruxnaebbepidhlngkhaphlastikis thisamarthpxngknfnsadis Lithops ihaesngaeddinchwngecha tngaetxathitykhunthungraw 11 omng aelaaesnginchwngeyn tngaet 4 omngeynthungxathitytkdin sxngtrngthung Lithops id thakarphrangaesnginchwngethiyngwnsk 50 ephuxpxngknimihekidxakarihmcakaesngaeddthiaerngcnekinip sungxacthaidodykartidsaaeln echphaaswnithlngkhaorngeruxnethann imtxngtidkhlumthngorngeruxn phachnasahrbpluk Lithops txngrabaynaiddi inkrnithiplukepncanwnmak samarthnatakrathimichxngru praman 0 5x0 5 sm mikhwamsungskpraman 3 4niw sungrabaynaiddi aelaprahydphachnathiichplukipdwy ephraaibhnungsamarthplukidhlaytn rxngphuntakradwyaelarxb takradwyhinphuekhaifebxr 1 ephuxpxngknimihwsduplukthimikhnadelkkwaihlxxkiptamrukhxngtakra karetriymwsdupluk Lithops sungmimakmayhlaysutr echn ichhinphuekhaifebxr 00 ephiyngxyangediyw hinphuekhaifebxr 00 phsm ewxrmikhuilth hinphuekhaifebxr 00 2 swn phsmdinplukaekhsts 1 swn aetodyhlkkarkhxngwsduplukkkhuxrabaynaiddiaelaaehngiderw odyemuxhlngcakrdnaaelwthingiwsk 1 wn sngektthihinphuekhaifcaehluxaekhrxngrxykhxngkhwamchunethann siekhmwapktielknxy exaimaehlmcimlngipinwsduplukimkhwrmixairtidkhunmahruxtidkhunmaephiyngelknxy ehtuthitxngihaehngiderwaebbni kephuxephuxinkrnichwngvdufnthifntktidtxknthukwn xakasmikhwamchunsung thaihwsduplukaehngchalng karihnasahrb Lithops hlkeknthphunthankkhux ihxdcnaesdngxakar cungihkin klawkhuxeracaimrdnacnkwa Lithops aesdngxakarwakhadna odyxakarthiwakkhuxekidrxyynkhunbriewnokhntn aelatwwsduplukaehngsnith cungcardnaih inkarplukcanwnhlaytninphachnaediywkn epnipidwamibangtnaesdngxakar bangtnimaesdngxakar ephraakhwamtxngkarnakhxng Lithops aetlatnyxmaetktangkn iptamsayphnthu khnadtn l dngnnerasamarthihnatrngbriewnokhntnechphaatnthiaesdngxakar hruxxacrxihswnihyekuxbthnghmderimaesdngxakar cungkhxyrdphrxmknthiediywkid inkarkhyayphnthukhxng Lithops mi 2 withithiniymkn khuxkarephaaemld aelakaraeykhnx inkarephaaemldnnsamarththaidodykarekbfkkhxng Lithops maaekadwykhwamramdrawng enuxngcakemldkhxng Lithops mikhnadelkmakprawtiraylaexiydkarsuksa Lithops inechingwithyasastrkhrngaerk bnthukiwwaekidkhuninpi kh s 1811 ody William John Burchell cakkaredinthangipsarwcthiaexfrikait ekhaidtngchuxihkbsingthiekhaphbwa Mesembryanthemum turbiniforme karkhnphbkhxngekhannekidkhuncakkhwambngexiy cakkarthiekhakhidwamnepnkxnkrwdruprangsisnthiaeplkprahladaelalxnghyibmnkhunmaducakphundin aetepnthinaesiydaywa ekhaimidbnthukraylaexiydkhxngsingthiekhaphbiwmakphxthicaichrabuwa Lithops thiekhaphbepnsayphnthuid aelakhawa Lithops turbiniformis kimidmikarthukphudthungxik cnkrathnghlaypitxma khawa Lithops kpraktkhunxikkhrnginkaricheriyk imsayphnthuhnungsungepnthiruckkninewlatxmawa Lithops hookeri Lithops hlakhlaychnidthuktiphimphxxkmaphayitchuxtrakul genus wa Mesembryanthemum cnkrathnginpi kh s 1922 N E Brown iderimthakaraebngaeyktrakul genus dngklawthierimmikhnadihyekinipxxk aelatrakul Lithops cungidthuxkaenidkhunphrxm kbimxun xikhlaytrakul odyhlkeknthinkaraebngaeyktrakulkhrngnn Brown Gustav Schwantes Kurt Dinter Gert Nel aela Louisa Bolus idthakarsantxbnthukaelaexksartangekiywkb Lithops cakkarsuksathwaexfrikait aetkyngmimtiepnthangkarekiywkbkhwamsmphnthaelakarkahndsayphnthu species thichdecn cnkrathngpikh s 1950 inpi kh s 1950 Desmond aela Naureen Cole erimthakarsuksa Lithops odysuksaimcakaehlngkaenidtang kwa 400 twxyangthwolk aelwcaaenk Lithops lngraylaexiydaeyktamsayphnthu aehlngkaenid rupaebblwdlayhnatang echn C042 aela C043 kepnsayphnthu Lithops bromfieldii v insularis ediywkn aetmilwdlayhnatangaetktangkn odykarkahnd Cole Number hruxthieriykwa C Number ephuxihngayinkarxangxingaelasuksa cninpccubnkyngmikarxangxingchuxsayphnthukb Cole Number xyu samarthsuksaephimetimidcak raykarchux Lithops tam Cole Number xngkvs sayphnthuLithops aucampiae Lithops aucampiae ssp aucampiae Jackson s Jade C395 xngkvs Lithops aucampiae ssp aucampiae v aucampiae C002 xngkvs C003 xngkvs C004 xngkvs C046 xngkvs C061 xngkvs C117 xngkvs C172 xngkvs C255 xngkvs C257 xngkvs C298 xngkvs C333 xngkvs C334 xngkvs C366 xngkvs Lithops aucampiae ssp aucampiae v aucampiae Kuruman form C011 xngkvs C012 xngkvs C173 xngkvs C325 xngkvs C332 xngkvs Lithops aucampiae ssp aucampiae v aucampiae Betty s Beryl C389 xngkvs Lithops aucampiae ssp aucampiae v aucampiae Storms s Snowcap C392 xngkvs Lithops aucampiae ssp aucampiae v koelemanii C016 xngkvs C256 xngkvs Lithops aucampiae ssp euniceae v euniceae C048 xngkvs Lithops aucampiae ssp euniceae v fluminalis C054 xngkvs Lithops bromfieldii Lithops bromfieldii v bromfieldii C040 xngkvs C041 xngkvs C279 xngkvs C348 xngkvs C368 xngkvs Lithops bromfieldii v glaudinae C116 xngkvs C382 xngkvs C393 xngkvs Lithops bromfieldii v insularis C042 xngkvs C043 xngkvs C057 xngkvs Lithops bromfieldii v insularis Sulphurea C362 xngkvs Lithops bromfieldii v mennellii C044 xngkvs C283 xngkvs Lithops coleorum Lithops coleorum C396 xngkvs Lithops comptonii Lithops comptonii C125 xngkvs C126 xngkvs C347 xngkvs C377 xngkvs aehlngkhxmulxunraylaexiydekiywkb Lithops 2008 02 22 thi ewyaebkaemchchin xngkvs hnngsuxthiekiywkb Lithops xngkvs lingkephimetim xngkvs Union County College 2007 12 19 thi ewyaebkaemchchin xngkvs wikimiediykhxmmxnsmisuxthiekiywkhxngkb Lithops